การยิงขีปนาวุธพิสัยไกลของเกาหลีเหนือที่อ้างว่าเป็นการส่งดาวเทียมสื่อสารในวันที่ 5เมษายน ที่ผ่านมานั้น
ทางเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบการยิงคั้งนี้ว่าล้มเหลวครับ เนื่องจากไม่พบวัตถุใดๆที่เข้าสู่วงโคจรและจรวดก็ได้ตงลงในมหาสมุทรแปซิฟิก
รายงานนี้ตรงข้ามกับแถลงการณ์ของเกาหลีเหนือโดยสิ้นเชิงครับว่าดาวเทียมสื่อสารที่ทำการยิงนั้นประสบความสำเร็จในการเข้าสู่วงโคจร
และสามารถออกอากาศเพลงปฏิวัติของเกาหลีเหนือซึ่งสามารถรับฟังได้ทางคลื่นวิทยุ
จริงๆแล้วไมใช้ครั้งแรกที่เกาหลีเหนือทำการส่งดาวเทียมสื่อสารลักษณะนี้โดยเกาหลีเหนือได้เคยส่งดาวเทียมสื่อสารมาก่อนหน้านั้นในปี1998มาแล้วครับ
โดยอ้างว่าประสบความสำเร็จในการออกกอากาศเพลงปฏิวัติเช่นกัน แต่จากการตรวจสอบติดตามของทางตะงวันตกพบว่าดาวเทียมในการยิงครั้งนั้นไม่ได้สู่วงโคจรและตกทะเลซึ่งถือว่าล้มเหลวเช่นเดียวครั้งนี้ครับ
ถึงแม้ว่าวิถีการยิงจรวดในครั้งนี้จะข้ามน่านฟ้าญี่ปุ่นซึ่งญี่ปุ่นประกาศที่จะใช้ระบบสกัดกั้นขีปนาวุธยิงทำลายก็ตามดูเหมือนว่าถึงแม้ว่าวิถีการยิงจรวดจะมีวิถีการเคลื่อนที่ข้ามเขตแดนญี่ปุ่นจริง
แต่การที่ญี่ปุ่นตัดสินใจไม่ยิงทำลายจรวดของเกาหลีเหนือเพราะการยิงจรวดดังกล่าวอาจจะไม่มีเศษชิ้นส่วนใดๆตกลงมายังญี่ปุ่น
และวิเคราะห์แล้วว่าการยิงทำลายจรวดเกาหลีเหนือขณะผ่านน่านฟ้าญี่ปุ่นอาจจะส่งผลกระทบร้ายแรงที่ตามมาซึ่งเสี่ยงเกินไปครับ
แต่อย่างไรก็ตามการที่ญี่ปุ่นไม่ยิงทำลายจรวดของเกาหลีเหนือขณะข้ามประเทศคงจะสร้างความไม่พอใจแก่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างมากครับ
รวมถึงคำถามของการมีอยู่ของระบบป้องกันภัยขีปนาวุธของกองกำลังป้องกันตนเองทั้ง Partiot PAC-3 และ เรือพิฆาต Aegis ด้วยว่ามีแล้วทำไมไม่ใช้ครับ
ทั้งนี้ในที่ประชุมสหประชาชาติเองก็ยังเสียงต่อในกรณีการตอบโต้เกาหลีเหนือว่าจะดำเนินการคว่ำบาตเพิ่มเติมเนื่องจากการยิงจรวดครั้งนี้เป็นการละเมิดข้อตกลงของสหประชาชาติ
อย่างไรก็ตามถ้าการยิงจรวดคั้งนี้เป็นการยิงเพื่อทดสอบสมรรถนะของขีปนาวุธรุ่นใหม่จริง ก็แสดงให้เห็นความก้าวหน้าของTechnology จรวดของเกาหลีเหนือที่สูงขึ้นมากครับ