มีข้อมูลออกมาว่ากองทัพบกมีความต้องการจะจัดหารถถังใหม่เพื่อทดแทน ถ.เบาแบบ M41A3 ซึ่งเข้าประจำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๕ ในกองพันทหารม้ารรถังประจำกองพลทหารราบมาหลายครั้งแล้วครับ
ซึ่งช่วงแรกๆนั้นก็มีแนวคิดที่จะปรับปรุง ถ.M41 ให้ทันสมัยโดยหลักๆคือเปลี่ยนเครื่องยนตร์จาก ย.เบนซิน เป็น ย.ดีเซลเช่นหลายๆประเทศแต่ดูเหมือนว่าในปัจจุบันการจัดหา ถ.หลักใหม่ดูจะเหมาะสมกว่า

ปัจจุบันกองพันทหารม้าที่ยังคงใช้ M41A3 อยู่เท่าที่ค้นข้อมูลได้จะมีดังนี้คือ
-ม.พัน.๔ รอ. สังกัด พล.ร.๑ รอ. มีที่ตั้งที่กรุงเทพฯ
-ม.พัน.๘ สังกัด พล.ร.๓ ที่ตั้งนครราชสีมา
-ม.พัน.๙ สังกัด พล.ร.๔ ที่ตั้งพิษณุโลก
-ม.พัน.๑๖ สังกัด พล.ร.๕ ที่ตั้งนครศรีธรรมราช
โดยส่วนใหญ่กองพลทหารราบดังกล่าวจะมี ร้อย.ม.ลว. ซึ่งใช้ ถ.เบา Scorpion ร่วมอยู่ด้วยครับ
แต่กองพันทหารม้ารถถังบางส่วนในกองพลทหาราบเช่น ม.พัน.๒ รอ. ของ พล.ร.๒ รอ. และ ม.พัน.๒๑ ของ พล.ร.๖ นั้นจะใช้ M48A5

ตามคุณสมบัติในการจัดหารถถังหลักเพื่อแทน M41A3 นั้นโดยข้อมูลร่วมคือ
เป็นรถถังน้ำหนัก27ตันขึ้นไป พลประจำรถ 3-4นาย ตัวถังเป็นเกราะเหล็กกล้า เครื่องยนต์ดีเซล
อาวุธหลัก ปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm ขึ้นไป มี ปืนกลร่วมแกนและปืนกลต่อสู้อากาศ มีเครื่องยิงลูกระเบิดควัน
ระบบควบคุมการยิง Ballistic Computer ระบบวัดระยะด้วย Laser ระบบตรวจการณ์และกล้องเล็งแบบ Thermal imaging System
ที่สำคัญต้องติดตั้งระบบสื่อสารที่เข้ากันได้กับระบบที่ใช้อยู่ในกองทัพบก และเป็นรถที่อยู่ในสายการผลิตและประจำการในกองทัพประเทศผู้ผลิตโดยมีอะไหล่สนับสนุนไม่ต่ำกว่า 15ปี

การพิจารณาตัว ถ.หลักนี้มีการอ้างอิงโดยใช้ PT-91M ของมาเลเซียที่จัดหาจากโปแลนด์เป็นพื้นฐานครับ

 โดยถ้าดูจากการจัดหา BTR-3E การจัดหา ถ.จากยูเครนโดยเปลี่ยนระบบอุปกรณ์และอาวุธหลักส่วนหนึ่งตามมาตรฐาน NATO เช่น ปถ.120mm, ปก.ร่วมแกน 7.62*51mm NATO, ปก.หนักต่อสู้อากาศยาน M2 .50cal และ ย.ดีเซลเยอรมัน รวมถึงระบบสื่อสารมาตรฐาน NATO แบบเดียวกับ PT-91M ของมาเลเซียซึ่งมีรูปแบบคล้ายๆกันก็เป็นไปได้ครับ
แต่ส่วนตัวอยากจะตัดตัวเลือกที่เป็น ถ.จากกลุ่มยุโรปตะวันออกเช่น ยูเครน โปแลนด์ เชค ที่ส่วนมากเป็นการลอกแบบจาก T-72 หรือ เป็นสายการผลิตเดิมของ T-80
รวมถึง ถ.ของรัสเซียเช่น T-90S

 

หรือจีนเช่น Type 99 ไปก่อนครับ เนื่องจาก ทบ.น่าจะมีประสบการณ์ในการใช้ ถ.หลักต่างค่ายคือ Type 69-II ของจีนมาระยะหนึ่งซึ่งน่าจะประสบปัญหาพอสมควร

ถ.หลักของยุโรปตะวันตกเช่น Leopard2A6 ก็มีราคาแพงครับ Challenger2 ก็แพงเช่นกันและไม่ทราบว่าปิดสายการผลิตไปหรือยัง Leclerc ก็แพงมากครับ ราคาก็อยู่ที่ราว $5-7 Million ต่อคัน
ถ.หลักแบบอื่นๆที่เป็นระบบตะวันตกเช่น K1A1 ของเกาหลีใต้นั้นก็น่าสนใจครับราคาดูไม่น่าจะแพงนัก(คันละ $4 Million) แต่นอกจากเกาหลีใต้แล้วยังไม่มีประเทศใดสนใจจัดหา ถ.แบบดังกล่าวไปใช้งานครับ

ตามที่เคยนำเสนอไปแล้วครับว่าสิงคโปร์ได้จัดหา ถ.หลักแบบ Leopard2A4 มือสองจากเยอรมนี 66คัน โดยอีก30คันที่จัดหานั้นจะถูกถอดเป็นอะไหล่

ซึ่ง ถ.Leopard2A4 นั้นถึงจะเป็นมือสอง แต่ก็มีประเทศที่จัดหาใช้งานเป็นจำนวนมาก และ ถ.Leopard2A6 รุ่นใหม่ก็ยังมีสายการผลิตอยู่ โดยราคาการจัดหา ถ.Leopard2A4 นั้นน่าจะอยู่ที่คันละ $1 Million ครับ
คาดว่าเยอรมนีน่าจะมี Leopard2A4 สำรองไว้ประมาณ 500กว่าคันครับ ซึ่งความต้องการ ถ.หลักของไทยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 200คัน แน่นอนว่าถ้าเลือก Leopard2A4 คงต้องมัการจัดหา ถ.มาใช้เป็นอะไหล่อีกเกือบ100คันครับ (200+100)

ถ้ามองว่า ถ.แบบที่จะจัดหานั้นอาจจะเป็นรุ่นที่พัฒนาจากรถรบแบบสายพานก็ยังมีตัวเลือกให้เลือกบ้างครับ
เช่น รถรบสายพานในตระกูล CV90 ของสวีเดน ซึ่งตัวถึงเป็นเกราะเหล็กกล้า สามารถติดเกราะเซรามิคเสริมได้
โดยรุ่นรถถังนั้นมีทั้งรุ่นติดปืนใหญ่ 105mm และรุ่นติดปืนใหญ่ 120mm นั้นน้ำหนักรถน่าจะอยู่ที่ 30ตันครับ ซึ่งก็คล้ายๆกับ Stingray
CV90120

แต่อย่างไรก็ตาม CV90 นั้นไม่ใช้ ถ.หลักแท้ๆอาจจะไม่ตรงตามคุณสมบัติของกองทัพบกครับ

จำได้ในช่วงที่มีข่าวการจัดหา Pz.68 จากสวิสเซอร์แลนด์ในปี ๒๕๔๖ เพื่อแทน M41A3 นั้นก็มีข่าวว่าจะจัดหามาพร้อมกับ M113 รุ่นที่ปรับปรุงเป็น IFV ครับ
โดยส่วนตัวเชื่อว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าถ้ากองทัพบกจัดหา Leopard2A4 จากเยอรมนีจริงก็อาจจะจัดหารถรบทหารราบ IFV แบบ Marder ก็ได้ครับ
โดย Marder นั้นจะถูกประจำการแทนด้วยIFV แบบ Puma ซึ่งทันสมัยกว่า

จำนวน Marder รุ่นต่างๆที่เยอรมนีมีประจำการอยู่ 2,000กว่าคันนั้นก็ขายให้ชิลีไปแล้ว 200คันครับ
ซึ่งถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนกองทัพบกยังมีความต้องการในส่วนการจัดหารถรบสายพานลำเลียงอยู่จำนวนหนึ่งครับ
(อาจจะเป็นการเสริมหรือแทน M113 )
ซึ่งตัวอาวุธหลักนั้นถ้าเข้าใจไม่ผิด ปืนใหญ่กล20mm ของ Marder เป็นแบบเดียวกับที่ใช้ใน รถหุ้มเกราะล้อยางแบบ Condor ครับ
แต่ปัญหาเรื่องอะไหล่ในอนาคตอาจจะมีครับ (จำนวนการจัดหาน่าจะอยู่ที่ 300-500คัน)

อย่างไรก็ตามการปลด M41A3 นั้นจะทำให้กำลังรบของกองพันทหารม้าหายไปถึง4กองพัน
ซึ่งการจัดหา ถ.หลักใหม่จำนวน200คันนั้นส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมาลงยังกองพันทหารม้าประจำกองพลทหารราบครับ
ก็คิดไปในทางเดียวกันว่าสำหรับการปรับอัตรากำลังและการจัดหน่วยสำหรับกองพันทหารม้ารถถังในกองพลทหารราบนั้นอาจจะมีการ
เปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสมของสถานการณ์ในปัจจุบันครับ คือยุบบางกองพันหรือย้าย M60A1 และ M60A3 เข้าไปแทน

ส่วนตัวคิดว่ารูปแบบที่เป็นไปได้คือย้าย M60A1 จาก ม.พัน.๒๐ รอ. และ M60A3 จาก ม.พัน.๑๗ รอ.หรือ ม.พัน.๕ รอ. ของ พล.ม.๒ รอ.
ไปแทนกองพันรถถังในกองพลทหารราบ 2กองพันครับ
และ ถ.หลักที่จะจัดหาใหม่200คันจะไปแทน กองพันทหารม้ารถถังใน พล.ม.๒ รอ. 2กองพันครับ