เรือฝึกถือถือว่าเป็นเรือครูของกองทัพเรือไทยเองก็เช่น ร.ล.ท่าจีน(ลำที่สอง), ร.ล.ประแส, ร.ล.โพสามต้น, ร.ล.ปิ่นเกล้า ก็เป็นเรือสมัยสงครามโลกครั้งที่๒ ที่มีอายุมากสภาพเรือทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ปัจจุบันก็ได้ปลดประจำการไปแล้ว
ดูเหมือนปัจจุบันกองทัพเรือจะมีเรือที่สามารถนำมาใช้ฝึกนักเรือนายเรือได้อยู่คือ ร.ล.มกุฎราชกุมาร ครับ
อย่างไรก็ตามถ้าดูจากกองทัพเรือหลายๆประเทศนั้นมีการต่อเรือฝึกสำหรับใช้ในการฝึกนักเรียนขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ซึ่งโดยมากจะเป็นเรือขนาดใกล้เคียงกับเรือฟริเกต แต่ติดตั้งอาวุธ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการฝึกโดยตรง ซึ่งจะเสียค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการน้อยกว่าเรือรบหลัก แต่ก็ทนทะเลพอที่จะออกปฏิบัติการในอาณาเขตทะเลของประเทศหรือออกเดินเรือไปอวดธงยังมิตรประเทศได้
(แต่บางประเทศก็มีการต่อเรือใบโบราณเพื่อใช้ในการฝึกครับ)
ส่วนตัวคิดว่าแนวคิดการจัดสร้างเรือฝึกโดยตรงของของกองทัพเรือนั้นเป็นแนวทางที่น่าสนับสนุนครับ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระของเรือรบหลักแล้ว การต่อเรือเรือใหม่จะทำให้นักเรียนนายเรือเรียนรู้การปฏิบัติการกับเรือสมัยใหม่ที่มี Technology ต่างจากเรือสมัยสงครามโลกที่เคยใช้มาก่อนในอดีต และยังมีอายุการใช้งานนานกว่าคุ้มกว่าในระยะยาวด้วย
คุณสมบัติของเรือฝึกตามที่คุณอู๊ดได้นำข้อมูลจากนิตยสารนาวิกศาสตร์ที่เขียนโดยนายทหารผู้ใหญ่หลายท่านนั้นมีดังนี้ครับ
1. มีห้องพักเพียงพอสำหรับนักเรียน
2.มีห้องเรียนรวม
3.มีดาดฟ้า ที่สามารถให้นักเรียน ออกกำลังกายรวม
4. รูปทรงเรือ ควรป็นรูปทรงแบบเรือรบ(หัวและท้องเรือทรงแหลม) เพราะจำเป็นต้องใช้เพื่อฝึกการนำเรือและมีความคงทนทะเล
5.ระบบอาวุธ ไม่จำเป็นต้องเป็นของใหม่(ทันสมัย) ใช้อาวุธที่สำรองราชการหรือถอดเก็บจากเรืออื่น
6. ระบบอิเล็คทรอนิคส์ อื่นๆใช้ในลักษณะเดียวกับข้อ 5
7. ระบบขับเคลื่อนเป็นเครื่องยนต์ดีเซล(ใหม่)ตามมาตราฐาน ทร.
8.ในยามสงคราม สามารถใช้(ดัดแปลง)เป็นเรือบัญชาการได้(ถ้าจำเป็น)
ตามคุณสมบัติดังกล่าว เรือฝึกจะมีขนาดประมาณ 5,000ตัน และมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์(ไม่จำเป็นต้องมีโรงเก็บก็ได้)
สองข้อแรกนั้นสำคัญมากครับ เพราะเรือรบหลักเช่นเรือฟริเกตนั้นจะไม่ได้ออกแบบให้มีพื้นที่ภายในรองรับนักเรียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเรือฟริเกตที่นำไปเป็นเรือฝึกตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันนั้นห้องไม่พอ บางครั้งต้องให้นักเรียนนอนและเรียนบนดาดฟ้า
รูปแบบเรือน่าจะมีความใกล้เคียงกับเรือฝึกหลายแบบที่มีในกองทัพเรือต่างประเทศครับ
ตัวอย่างเช่นเรือฝึก TV-3508 JDS Kashima ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น
เรือ Kashima ต่อและเข้าประจำการในช่วงต้นปี 1990s มีระวางขับน้ำ 4,000ตัน ยาว143เมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบ CODOG 2 ย.ดีเซล และ 2ย.Gas Turbine อาวุธมี OTO 76mm Super Rapid และ Torpedo แฝด3 2แท่น มีโรงเก็บและลานจอด ฮ.ครับ
อย่างไรก็ตามในส่วนของเรือฝึกที่ไทยจะต่อนั้นจะต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเป็น 5,000ตัน และถ้าจะใช้เป็นเรือบัญชาการได้ถ้าจำเป็ฯแล้วคิดว่ารูปทรงและโครงสร้างภายในบางส่วนน่าจะออกแบบให้คล้ายๆกับเรือชั้น Absalon ของเดนมาร์กที่เคยนำเสนอไปแล้ว
แต่ว่าตัวเรือควรจะออกแบบในลักษณะคล้ายๆกับเรือ OPV หรือเรือตรวจการณ์ปืนครับคืออาวุธปืนหลักอาจจะเป็น ปืนใหญ่ 76mm/50cal แบบManual หรือ OTO 76mm ที่ถอดจากเรือที่ปลดแล้ว(จริงๆอย่างให้ใช้ปืนอัตรโนมัติมากกว่าเพื่อฝึกนักเรียนในการใช้ปืนอัตโนมัติ) ปืนรองแบบ 40/70mm แบบ Manual และ/หรือ ปืนใหญ่กล 20มม.เช่น GAM-CO อย่างได้อย่างหนึ่ง(เป็นการฝึกใช้แท่นปืนที่ยิงด้วยมือ) ร่วมถึง แท่นยิง Torpedo ปราบเรือดำน้ำ และ ปก..50cal เป็นต้นครับ (แต่ไม่จำเป็นต้องติดอาวุธปล่อยนำวิถีเช่น Harpoon หรือ ESSM แต่อาจจะดัดแปลงให้ติดได้ในอนาคตเช่นเดียวกับ OPV)
ส่วนเครื่องยนตร์ก็ใช้ Diesel 2เครื่อง ส่วนระบบไฟฟ้าและ Sensor ต่างๆก็ติดในลักษณะเดียวกับเรือ OPV เพื่อใช้ในการฝึกพื้นฐานและลดค่าใช้จ่ายเป็นต้นครับ