2009/Feb/02

ส่วนตัวคาดว่าหลังจากปี ๒๕๕๕ เป็นต้นไปนั้น กองทัพเรือน่าจะเสร็จสิ้นการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆในส่วนที่ต้องทดแทนของเดิมที่ต้องปลดประจำการลง และที่ต้องจัดหามาใช้เป็นอันดับต้นๆ เช่น
เรือ LPD จากสิงคโปร์1ลำ ที่น่าจะได้รับมอบภายในปี ๒๕๕๔
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งที่ต่อเองในประเทศ ราวปี ๒๕๕๔
ฮ.MH-60S คาดว่าน่าจะได้รับมอบภายในปี ๒๕๕๒ นี้
บ.ลำเลียง ERJ-135LR คาดว่าจะจัดหาเพิ่ม 1-2ลำ
โครงการ UAV ซึ่งมีข้อมูลว่า กองทัพเรือจะวิจัยและพัฒนาเองครับ หรืออาจจะจัดหาจากต่างประเทศก็ได้
เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆเช่นการปรับปรุงเรือที่มีอยู่เช่น เรือชุด ร.ล.นเรศวร เรือชุด ร.ล.รัตนโกสินทร์, เรือชุด ร.ล.กระบุรี และ จัดหา ฮ.Super Lynx 300 เพิ่มเป็นต้น

โดยโครงการจัดหาอาวุธเพื่อ "การป้องกันประเทศและรักษาสมดุลกำลังทางเรือในภูมิภาค" ตามแผนของกองทัพเรือนั้น จะถูกกำหนดในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๕๖-๒๕๖๐ เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง4ปีโดยมีโครงการจัดหาหลัก 2โครงการคือ

1.โครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง รายละเอีดตามแผนของกลาโหมมีดังนี้

บันทึก 6 รายละเอียดความต้องการเรือฟริเกตสมรรถนะสูงของ ทร.
           6.1ประเภท  : เรือฟริเกตสมรรถนะสูง
           6.2 โครงการ  : 2 ลำ, ระยะเวลาโครงการ : 2549 - 2553
           6.3 ขีดความสามารถที่ต้องการ
              6.3.1ต่อต้านภัยผิวน้ำได้
              6.3.2 ต่อต้านภัยทางอากาศได้ตั้งแต่ระยะปานกลาง
              6.3.3 ต่อต้านภัยจากเรือดำน้ำ
              6.3.4 ทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์
              6.3.5 ระดมยิงฝั่ง
              6.3.6 ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล
           6.4 คุณลักษณะทั่วไปที่สำคัญ
              6.4.1 ระวางขับน้ำเต็มที่ ระหว่าง  2,000 - 3,000 ตัน
              6.4.2 ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง  ไม่น้อยกว่า 25 นอต
              6.4.3 ระยะปฏิบัติการ (ที่ความเร็วมัธยัสถ์ไม่ต่ำกว่า 18 นอต)  ไม่น้อยกว่า 4,000 ไมล์ทะเล
              6.4.4 ปฏิบัติการในทะเลต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 15 วัน
              6.4.5 ปฏิบัติการได้ในสภาวะแวดล้อมถึง Sea State 5
              6.4.6 มีดาดฟ้า ฮ. และโรงเก็บ  สามารถสนับสนุนการปฏิบัติของ ฮ. ได้ถึงขนาดน้ำหนัก 22,000 ปอนด์
              6.4.7 ระบบขับเคลื่อน เป็นเครื่องจักรดีเซล  หรือแกสเทอร์ไปน์ หรือผสมกัน อย่างน้อย 2 เครื่อง
              6.4.8 ระบบอาวุธ : อาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-พื้น; พื้น-สู่-อากาศ; ตอร์ปิโด
                                       : ปืนหลัก ขนาด 76 มม.  ปืนรอง ขนาด 40/30 มม. และ 20 มม.
                                       : อาวุธป้องกันตนเองระยะประชิด 1 ระบบ  ระบบเป้าลวง
              6.4.9 ระบบอำนวยการรบ  เป็นแบบรวมการ
              6.4.10 มีระบบสื่อสารทั้งภายในและภายนอก และทัศนสัญญาณตามย่านความถี่และมาตรฐานที่ ทร.กำหนด
             6.4.11 มีสายการผลิตอะไหล่สนับสนุนการซ่อมบำรุงให้สามารถปฏิบัติการได้เนื่องอย่างน้อย 30 ปี

2.โครงการจัดหาเรือดำน้ำ รายละเอีดตามแผนของกลาโหมมีดังนี้

บันทึก 9 รายละเอียดความต้องการเรือดำน้ำของ ทร.
           9.1ประเภท  :  เรือดำน้ำขับเคลื่อนพลังธรรมดา
           9.2 โครงการ  :  2 ลำ, ระยะเวลาโครงการ : 2555 - 2560
           9.3 ขีดความสามารถที่ต้องการ
              9.3.1 โจมตีเรือผิวน้ำ
              9.3.2 ปราบเรือดำน้ำ 
              9.3.3 วางทุ่นระเบิด 
              9.3.4 ลำเลียงหน่วยปฏิบัติการพิเศษ
           9.4 คุณลักษณะทั่วไปที่สำคัญ
              9.4.1 ระวางขับน้ำใต้น้ำ 1,000 - 2,500 ตัน
              9.4.2 รัศมีปฏิบัติการไม่ต่ำกว่า 2,500 ไมล์
              9.4.3 ปฏิบัติการในทะเลได้ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 15 วัน
              9.4.4 ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบดีเซลไฟฟ้า พร้อมระบบ AIP (Air Independance Propulsion)
              9.4.5 มีเครื่องมือเดินเรือทั้งผิวน้ำและใต้น้ำที่สมบูรณ์
              9.4.6 ระบบสื่อสารเป็นแบบรวมการ ประกอบด้วย ระบบสื่อสารภายใน  สื่อสารภายนอก ทั้งเหนือน้ำและใต้น้ำและระบบ GMDSS
              9.4.7 อุปกรณ์ตรวจจับ ประกอบด้วย ระบบโซนาร์แบบ PASSIVE และ/หรือ ACTIVE SONAR , ระบบ ELECTRONIC WARFARE , กล้อง Periscope 2 กล้อง ได้แก่ Attack และ Search  โดยมีอุปกรณ์กล้อง IR/TV/กล้องถ่ายภาพนิ่ง/เรดาร์ติดตั้งร่วมด้วย  
             9.4.8 ระบบอาวุธ  ประกอบด้วย ตอร์ปิโด จำนวน 6 - 8 ท่อ พร้อมคลังและขีดความสามารถบรรจุ ระบบ countermeasure  และระบบลวงตอร์ปิโด/โซนาร์
             9.4.9 มีสายการผลิตอะไหล่สนับสนุนการซ่อมบำรุงให้ใช้งานได้อย่างน้อย 30 ปี

อย่างไรก็ตามในการจัดหาอาวุธของกองทัพเรือที่ผ่านมานั้นจะเห็นได้ว่ามีงบประมาณพอสำหรับการจัดหาโครงการใหญ่หลักๆเพียงโครงการเดียวครับ ซึ่งในช่วงปี ๒๕๕๖-๒๕๖๐ นั้นกองทัพเรือคงจะต้องเลือกระหว่างการจัดหา "เรือฟริเกตสมรรถนะสูง" หรือ "เรือดำน้ำ" อย่างใดอย่างหนึ่งครับ
ซึ่งส่วนตัวเกรงว่าอาจจะคล้ายกับกรณีจัดหาเรือ LPD ครับ คือกำหนดความต้องการ2ลำแต่ได้แค่ลำเดียว

สำหรับในส่วนงบประมาณในการจัดหาที่เป็นไปได้นั้น ถ้าดูจากที่มาเลเซียใช้งบประมาณในการจัดหาเรือดำน้ำแบบ Scorpene จำนวนสองลำจากบริษัท DCNS ฝรั่งเศษราว 900 Million Euro หรือราวๆ $1.15billion กว่าครับ
ซึ่งถ้ากองทัพเรือไทยจะจัดหาเรือดำน้ำใหม่อย่างน้อยสองลำที่มี Technology และคุณสมบัติในระดับเดียวกันก็คงต้องมีงบไม่ต่ำว่า $1-1.2 Billion หรือ 35,000-42,000ล้านบาทครับ ถ้าเทียบกับค่าเงินบาทในปัจจุบันที่ราว 35บาท ต่อ $1

ในส่วนของเรือฟริเกตสมรรถนะสูงนั้นก็มีความใกล้เคียงกันครับ เรือรบผิวน้ำหลักในระดับเรือคอร์เวตหรือเรือฟริเกตเบาสมรรถนะสูงที่ระวางขับน้ำราว 2,000-3,000ตันนั้น ส่วนตัวคิดว่าจะมีราคาเรือต่อลำที่ราวๆ $400-600 Million(14,000-21,000ล้านบาท) หรือมากกว่านั้นแล้วแต่บริษัทผู้ต่อเรือและอาวุธ-อุปกรณ์ที่ติดตั้งครับ ถ้าจัดหาให้ครบ2ลำต้องใช้ งป.ราว $800 Million-1.2 Billion 28,000-42,000ล้านบาท ขึ้นไปเช่นกันครับ(ถ้าเป็นแบบติดตั้งอุปกรณ์และอาวุธสมรรถนะสูงครบ)

ถ้าดูจากลำดับช่วงปีการจัดหาในบันทึกโครงการจัดหาแล้วส่วนตัวคาดว่ากองทัพเรือมีความต้องการจัดหา "เรือฟริเกตสมรรถนะสูง" ก่อนจัดหา "เรือดำน้ำ" ครับ
แต่ประเด็นคือในช่วงเวลาดังกล่าวกองทัพเรือจะได้รับงบประมาณขนาดนั้นหรือไม่ครับ ส่วนตัวแล้วเชื่อว่ากองทัพเรือน่าจะได้งบประมาณในการจัดหาเรืออย่างมากเพียง 15,000-16,000ล้านบาทหรือราว $430-460 Million ต่อ1ลำเท่านั้นครับ


เอกพล นาคพุ่ม
View full profile